การทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือที่เรียกติดปากว่า “ประกันออมเงิน” เป็นเครื่องมือทางการเงินที่หลายคนมักสับสนว่า สรุปแล้วมันคือ “การลงทุน” หรือ “การป้องกันความเสี่ยง” กันแน่?

วันนี้มิ้มได้สรุปสาระสำคัญ เพื่อให้คุณเข้าใจข้อดีและวัตถุประสงค์ของการทำประกันออมเงินได้อย่างชัดเจนที่สุดค่ะ


ประกันออมเงิน: ทำไปเพื่ออะไร?

ในโลกของการบริหารเงิน การมี “สภาพคล่อง” และ “ความมั่นคง” คือหัวใจสำคัญ ประกันออมเงิน (Endowment Insurance) จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนที่ต้องการ “วินัยในการออม” ควบคู่ไปกับ “ความคุ้มครองชีวิต” โดยมีวัตถุประสงค์หลักๆ ดังนี้ค่ะ:

1. การสร้างวินัยในการออมอย่างมีระบบ

หลายคนมีปัญหา “เก็บเงินไม่อยู่” เพราะถอนออกมาใช้ได้ง่ายเกินไป ประกันออมเงินทำหน้าที่เป็นตัวช่วยบังคับ (Forced Savings) ให้เราต้องส่งเบี้ยประกันตามกำหนดระยะเวลา (เช่น 5 ปี, 10 ปี หรือ 20 ปี) ซึ่งจะช่วยให้เรามีเงินก้อนในอนาคตตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอนค่ะ

2. การคุ้มครองชีวิตและส่งต่อความมั่งคั่ง

นี่คือจุดเด่นที่การฝากเงินในธนาคารทั่วไปให้ไม่ได้ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับผู้ทำประกัน บริษัทประกันจะจ่าย “ทุนประกัน” ให้กับผู้รับผลประโยชน์ทันที ซึ่งมักจะเป็นจำนวนเงินที่มากกว่าเบี้ยที่จ่ายไป ทำให้คนข้างหลังไม่ลำบากค่ะ

3. ผลประโยชน์ทางภาษี (Tax Incentive)

ตามข้อกำหนดของ กรมสรรพากร เบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่มีระยะเวลาเอาประกันภัยตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุดถึง 100,000 บาท ต่อปี (ตามที่จ่ายจริง) ซึ่งถือเป็นผลตอบแทนทางอ้อมที่คุ้มค่ามากสำหรับเราทุกคนที่ต้องเสียภาษีค่ะ

4. การันตีเงินคืนและผลตอบแทนที่แน่นอน

ต่างจากการลงทุนในหุ้นหรือคริปโต ประกันออมเงินมีการระบุ “เงินคืนระหว่างทาง” และ “เงินก้อนเมื่อครบสัญญา” ไว้อย่างชัดเจนในกรมธรรม์ ทำให้เราสามารถวางแผนการใช้เงินในอีก 10-20 ปีข้างหน้าได้แม่นยำ เหมาะสำหรับการวางแผนทุนการศึกษาบุตร หรือเงินสำรองยามเกษียณค่ะ


ตารางเปรียบเทียบ: ฝากออมทรัพย์ VS ประกันออมเงิน

หัวข้อเปรียบเทียบเงินฝากออมทรัพย์ประกันออมเงิน
ความคล่องตัวสูงมาก ถอนเมื่อไหร่ก็ได้ต่ำ (เน้นถือจนครบสัญญา)
ความคุ้มครองชีวิตเท่ากับจำนวนเงินที่มีในบัญชีเท่ากับ “ทุนประกัน” ที่ระบุไว้
สิทธิประโยชน์ภาษีไม่มีลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
ความเสี่ยงต่ำมากต่ำมาก (การันตีเงินคืนตามสัญญา)

(สามารถเลื่อนซ้าย-ขวา เพื่อดูข้อมูลในตารางได้อย่างครบถ้วนเมื่ออ่านบนมือถือ)


ประกันออมเงินเหมาะกับใคร?

  • มือใหม่หัดออม: ที่ต้องการสร้างนิสัยการเงินและการออมที่ดี
  • คนที่มีภาระครอบครัว: ที่ต้องการหลักประกันว่าหากตนเองเป็นอะไรไป ครอบครัวจะมีเงินก้อนหนึ่งเพื่อตั้งหลัก
  • ผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี: ที่ต้องการสิทธิลดหย่อนภาษีเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋า
  • คนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ: ไม่ต้องการให้เงินต้นหาย และต้องการผลตอบแทนที่แน่นอน

คำแนะนำจากมิ้ม: ก่อนตัดสินใจทำประกันออมเงิน ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณสามารถส่งเบี้ยประกันได้ตลอดรอดฝั่งนะคะ เพราะการเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบกำหนดมักจะทำให้ได้รับเงินคืนน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไปค่ะ


หากคุณต้องการลดหย่อนภาษีให้เต็มสิทธิ์ หรืออยากมีเงินก้อนจำนวนหนึ่งในอนาคต สามารถทักมาให้มิ้มช่วยคำนวณและวางแผนได้เลยนะคะ ว่าควรเริ่มออมปีละประมาณเท่าไหร่ถึงจะตอบโจทย์คุณที่สุด ยินดีให้บริการค่ะ!