หลาย ๆ ท่านที่ทักเข้ามาปรึกษามิ้ม มักจะมีคำถามยอดฮิตเลยค่ะว่า “คุณมิ้มคะ เราควรทำประกันโรคร้ายแรงเตรียมไว้ที่วงเงินเท่าไหร่ดีถึงจะอุ่นใจ?” เพราะปัจจุบันนี้ แค่ได้ยินคำว่า “โรคร้าย” เราก็มักจะนึกถึงภาพเงินเก็บทั้งชีวิตที่ต้องละลายหายไปกับค่ารักษาพยาบาลหลักล้าน และตัวแปรสำคัญคือ “ระยะเวลาพักฟื้น” ที่อาจทำให้เราต้องหยุดงาน ขาดรายได้ไปเป็นปี ๆ
วันนี้มิ้มเลยขออนุญาตมาแชร์ทริคสั้น ๆ ในการประเมินว่า “วงเงินเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าพอ” ลองมาดูวิธีคำนวณและวางแผนไปด้วยกันนะคะ
โรคร้ายแรง ค่ารักษาพยาบาลมักจะอยู่ที่เท่าไหร่?
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น มิ้มขออนุญาตยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยของโรคร้ายแรงยอดฮิตในโรงพยาบาลเอกชน (อ้างอิงจากอัตราเฉลี่ยในปัจจุบัน) นะคะ
- โรคมะเร็ง: มักจะเริ่มต้นที่ 1,000,000 - 3,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะและวิธีการรักษา เช่น การทำคีโม หรือ Targeted Therapy
- โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) / หัวใจ: มักจะมีค่าผ่าตัด นอน ICU นาน และการทำกายภาพบำบัดต่อเนื่อง ค่ารักษามักจะอยู่ที่ 500,000 - 2,000,000 บาท
เห็นตัวเลขแล้วค่อนข้างน่าตกใจเลยใช่ไหมคะ แต่นี่ยังไม่นับรวม “ค่าใช้จ่ายแฝง” อย่างค่าจ้างพยาบาลดูแลพิเศษ หรือค่ากินอยู่ที่ยังคงวิ่งอยู่ทุกเดือนแม้เราจะหยุดงานก็ตามค่ะ
วงเงินที่ควรเตรียมไว้ ควรคำนวณจากอะไรบ้าง?
มิ้มแนะนำว่าการคำนวณวงเงินโรคร้ายแรงที่ “พอดี” ควรประเมินจาก 2 ส่วนหลัก ๆ ค่ะ:
- ค่ารักษาพยาบาล (Medical Expenses): หากคุณมีสวัสดิการบริษัทหรือประกันสุขภาพเหมาจ่ายอยู่แล้ว (เช่น ประกัน AIA Health Happy) อาจจะประเมินเฉพาะส่วนเกินที่สวัสดิการไม่ครอบคลุม แต่ถ้ายังไม่มีเลย มิ้มแนะนำว่าเตรียมไว้อย่างน้อย 1 - 3 ล้านบาท สำหรับค่ารักษาเบื้องต้นค่ะ
- เงินชดเชยรายได้ช่วงพักฟื้น (Income Protection): ส่วนนี้สำคัญมากๆ ค่ะ เพราะเมื่อป่วยหนัก เรามักจะต้องหยุดงานยาว 1-3 ปี ให้ลองเอา (รายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือน x 12 เดือน) x 3 ปี จะได้ยอดเงินที่เราควรได้รับเป็นเงินก้อนเพื่อใช้ดำรงชีวิตระหว่างนั้น เช่น ถ้ารายจ่ายเดือนละ 30,000 x 36 เดือน = ควรมีเงินก้อน 1,080,000 บาท
ถ้าเอา 2 ส่วนนี้มารวมกัน คุณก็จะได้ “วงเงินที่เหมาะสม” ในใจแล้วค่ะ
การเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้
หากคุณกังวลเรื่องการเตรียมเงินก้อนใหญ่ มิ้มขอแนะนำแผนประกันโรคร้ายแรงแบบได้เงินก้อน (Lump Sum) อย่าง AIA CI SuperCare ที่ให้ความคุ้มครองครบจบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นไปจนถึงระยะรุนแรง เมื่อตรวจพบโรคร้ายสามารถรับเงินก้อนไปจัดสรรแบ่งเป็นค่ารักษาหรือค่ากินอยู่ได้เองเลยค่ะ และที่สำคัญคือเบี้ยประกันส่วนนี้มักจะคงที่ ไม่ปรับเพิ่มตามอายุด้วยนะคะ
บทสรุปและคำแนะนำจากมิ้ม
การรู้ว่าต้องเตรียมวงเงินเท่าไหร่ เป็นก้าวแรกที่สำคัญมากในการวางแผนรับมือกับความเสี่ยงค่ะ แต่จะให้ดีที่สุดคือลงมือแพลนตั้งแต่วันที่เรายังมีสุขภาพแข็งแรง เพราะนอกจากเบี้ยประกันจะยังไม่สูงลิ่วแล้ว เรายังมั่นใจได้ว่าประวัติสุขภาพยังอยู่ในเกณฑ์ที่บริษัทประกันรับพิจารณาได้ง่ายที่สุดค่ะ
หากคุณต้องการให้มิ้มช่วยวางแผน หรือคำนวณเบี้ยให้พอดีกับงบประมาณ สามารถทักมาปรึกษามิ้มได้ตลอดเลยนะคะ ยินดีดูแลคุณค่ะ


