หากคุณกำลังตามเทรนด์ใน Twitter (X) เกี่ยวกับการวางแผนการเงินในปี 2026 จะเห็นได้ว่าหลายคนพูดถึง “ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ” และให้ความสนใจกับการสร้างวินัยการออมเพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาวกันมากขึ้นค่ะ
วันนี้มิ้มเลยขอรวบรวมเทรนด์การออมเงินที่กำลังถูกพูดถึงกันมากที่สุดในปีนี้ มาแชร์ปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตประจำวัน เพื่อเป้าหมายอันมั่นคงของเรากันค่ะ
เทรนด์การออมเงินยอดฮิตปี 2026
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เราคอนโทรลไม่ได้ เทรนด์การเงินจึงกลับคืนสู่ Back to Basic โดยเน้นที่ความเรียบง่ายแต่ทำได้จริงค่ะ:
- สูตรแบ่งรายได้ 50/30/20 (The 50/30/20 Rule):
หลายคนเชียร์ให้ใช้สูตรนี้ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่สมดุล โดยแบ่งรายได้ออกเป็น:
- 50% สำหรับสิ่งที่จำเป็น (Needs) เช่น ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าน้ำไฟ
- 30% สำหรับสิ่งที่ต้องการ (Wants) เช่น ช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว ให้ความสุขกับตัวเอง
- 20% สำหรับการออมหรือลงทุน (Savings) เช่น เงินสำรองฉุกเฉิน หรือทำประกันชีวิตเพื่อแบ่งเบาความเสี่ยง
- ออมก่อนค่อยใช้ (Cut before spending): หักเงินเก็บทันทีที่เงินเดือนออก เพื่อลดความท้าทายในการหักห้ามใจระหว่างเดือนค่ะ
- กอดเงินสำรองฉุกเฉินให้แน่นขึ้น: จากเดิมที่เราควรมีเงินสำรอง 3-6 เดือนของรายจ่าย ในปี 2026 ผู้เชี่ยวชาญบนหลายแพลตฟอร์มแนะนำให้เตรียมสำรองไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อเป็นเบาะรองรับยามตกงาน หรือเจ็บป่วยกะทันหัน
วางแผนการออมควบคู่กับประกัน
นอกจากการออมในบัญชีเงินฝากแล้ว การปกป้องเงินเก็บด้วย “การโอนย้ายความเสี่ยง” ถือเป็นเทรนด์การเงินยุคใหม่ที่ชาญฉลาดค่ะ
การมีประกันชีวิตสะสมทรัพย์ หรือประกันสุขภาพเอาไว้ จะช่วยอุดรอยรั่วทางการเงิน ไม่ให้เราต้องนำเงินเก็บ 20% ที่อุตส่าห์สะสมมาไปจ่ายกับค่ารักษาพยาบาลก้อนโต หรือใช้ชีวิตแบบไร้หลักประกันค่ะ
บทสรุปและคำแนะนำจากมิ้ม
ปี 2026 ถือเป็นปีแห่งการเตรียมพร้อม การเริ่มจัดสรรรายได้และหันมาใส่ใจเรื่องการออมพร้อมสร้างเกราะป้องกันทางการเงิน คือบันไดก้าวแรกสู่ความมั่งคั่งและสบายใจในระยะยาวนะคะ
“หากคุณต้องการให้มิ้มช่วยวางแผน หรือจัดสรรแพ็กเกจประกันที่สอดคล้องกับงบประมาณ 20% ของคุณ สามารถทักมาปรึกษามิ้มได้ตลอดเลยนะคะ ยินดีดูแลคุณค่ะ”




